เวลาพูดถึงเศรษฐกิจ ภาพรวม จะมองถึงประเทศสำคัญของโลก เนื่องจากเศรษฐกิจในโลกนี้มีความเกี่ยวเนื่องกัน และท้ายสุดจะเชื่มโยงมาถึงประเทศไทย และหุ้นที่เราลงทุนนั่นเอง
มุมมองของสำนักวิจัยรวมๆ
ประเทศกลุ่มที่เสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) คือ EU สหภาพยุโรป
ประเทศที่คาดจะขยายตัว คือ อินเดีย จีน ลาตินอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย
ประเทศที่คาดจะ Recovery คือ ญี่ปุ่น และอาจมี อเมริกา ก่ำกึ่งที่จะฟื้นต้องติดตามใกล้ชิด
ประเทศที่เสี่ยง และไม่มีใครพูดถึงคือ รัสเซีย ซึ่งส่งออกน้ำมัน และปิโตรเคมีเป็นหลัก รวมถึงจีนที่ขยายตัวก็จริง แต่อาจขยายตัวลดลงเรื่อยๆ
ในส่วนนี้ต้องวิเคราะห์ว่าบริษัทที่ลงทุน มีกลุ่มลูกค้าอยู่ในประเทศใดบ้าง อยู่ในประเทศที่ขยายตัวหรือประเทศที่หดตัว
สรุปสาระสำคัญของเศรษฐกิจภาพรวมโลก
1. การว่างงานอยู่ในระดับสูง
2. อสังหายังซบเซา
3.ความเชื่อมั่นยังไม่ฟื้นตัว
4.เมื่อคนไม่เชื่อมั่น การใช้จ่ายก็ไม่กล้าจ่าย
ภาครัฐ
1. การขาดดุลการคลังในระดับสูง การขาดดุลการคลังคือรัฐบาลเอาเงินดุลงบประมาณมาใช้จ่ายมากกว่าภาษีที่เก็บมาได้จากประชาชน เค้าเรียกว่าขาดดุลการคลัง
2.หนี้สาธารณะเพิ่มถึงขีดอันตราย ขยายความ รัฐบาลเอางบประมาณมาใช้มากกว่าภาษีที่เก็บได้ เพื่อให้เป็นสวัสดิการ สร้างถนน อะไรว่าไป แล้วติดลบ ก็ไปกู้หนี้จาก กองทุน อาจเป็นกองทุน EFSF ผ่านทาง IMF กู้มาก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยถูกไหม ทีนี้ กรีซที่ล้มละลาย เพราะกู้หนี้ 140 %(ประมาณ) ของ GDP ที่ผลิตได้ในประเทศ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย มากกว่าภาษีที่เก็บได้แต่ละปี มันก็ล้มละลาย ตอนนี้เจาหนี้พยายามลดหนี้ให้ 50% ถ้ามีปัญญาจ่ายไม่มีปัญหา แต่ถ้าลงประชามติไม่จ่ายหนี้ งานเข้าทันที แล้วที่สำคัญหนี้ลักษณะนี้ มีอยู่หลายประเทศในยุโรป จะแนบให้ดูต่อไป
3.ความสามารถในการชำระหนี้ และอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ
4.เสถียรภาพทางการเมือง รัฐบาลลาออกเลือกใหม่กันหลายประเทศ
สถาบันการเงิน
1. ความเชื่อมั่นผู้ฝาก และนักลงทุน
2. ความมั่นคงทางการเงิน
3. ความสามารถในการชำระหนี้
4. กฏระเบียบที่เจ้าหนี้ จะเข้ามาบังคับใช้กับสถาบันการเงินในประเทศลูกหนี้นั้นๆ
ที่ขีดเส้นใต้จะเป็นปัจจัยหลักๆ ที่จะมีผลต่อดัชนีในปีหน้า ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ส่วนนึงของข้อมูลนำมาจาก การวิจัยของหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง แต่เรียบเรียงและตีความให้ง่ายขึ้น หรืองงกว่าเดิมไม่รู้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น