สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของทุน หลักการเบื้องต้น
ฉะนั้นในงบดุล จะมีทั้งสามส่วนนี้แยกจากกัน
สินทรัพย์ คือท่อนแรก
วัฏจักร มันจะหมุนเวียนดังนี้
คือ บริษัทมีเงินสด เงินสดเปลี่ยนเป็นสินค้าคงคลัง แล้วขายไปกลายเป็นลูกหนี้การค้า เก็บเงินกลับมาได้ก็กลายเป็นเงินสด
ปัญหามันจะเกิดตรง สินค้าขายไม่ได้ ลูกหนี้การค้าหดตัว หรือพอเป็นลูกหนี้การค้าเก็บเงินไม่ได้ เงินสดไม่กลับมา นี่แหละปัญหา
สินทรัพย์หมุนเวียน คือรายการที่ครบใน 1 ปี
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน นี่ระยะยาวเกิน 1 ปี ในกรณีบริษัทนี้ มีแค่ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์
การวิเคราะห์ในส่วนงบดุล ท่อนแรกท่อนสินทรัพย์ คือ
1. ถ้าสินค้าคงคลัง ลูกหนี้การค้า มูลค่างานที่เสร็จแต่ยังไม่เรียกเก็บเงิน สูงขึ้นเมื่อเทียบช่วงเดียวกัน และสอดคล้องไปกับกำไรสุทธิ นั่นดีมากมาก
ดูบริษัทนี้ ลูกหนี้การค้า 219,697,000 บาท มูลค่างานเสร็จแต่ยังไม่เก็บ 107,749,000 บาท แล้วถ้าจำได้จากงบกำไรขาดทุน กำไรงวดนี้ 95,465,000 บาท แล้วที่สำคัญสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนมาก
ที่สำคัญเนื่องจากแสดงในสินทรัพย์หมุนเวียน แสดงว่าจะเก็บเงินภายในสิ้นปีนี้ งบไตรมาสหน้า จึงควรจะดีมาก ยกเว้นบริษัทนี้ไม่มีธรรมาภิบาล แล้วทำงบไตรมาสหน้าออกมาเละเทะ เช่นเก็บเงินไม่ได้ แต่ถ้าเก็บเงินได้ แล้วไปจ่ายหนี้มากหน่อย กำไรเหลือน้อยหน่อยไม่ใช่ปัญหา ต้องดูกันต่อไป
2.อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม = กำไรสุทธิ หารด้วยสินทรัพย์รวม
=95,465/1,771,858 = 5.39 % ไม่มากเท่าไหร่
แต่ถ้ามากเกินไปอาจมีนักลงทุน เข้ามาซื้อกิจการไปทั้งหมด เพราะ 1,771 ล้านนี้ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ถ้าใหญ่เป็นหมื่นล้านซื้อยากหน่อย
มาท่อนที่สอง หนี้สิน
หนี้สินหมุนเวียน คือรายการที่ครบใน 1 ปี
หนี้สินไม่หมุนเวียน นี่ระยะยาวเกิน 1 ปี
*บริษัทที่แข็งแกร่งสามารถ ชำระหนี้ระยะยาว หรือหนี้สินไม่หมุนเวียนได้ภายใน 1-2 ปี
วิเคราะห์เลยดีกว่า ท่อนของหนี้สิน
1. สภาพคล่อง = ยอดรวมสินทรัพย์หมุนเวียน หารด้วย ยอดรวมหนี้สินหมุนเวียน
=582,372/411,046 = 1.4
ค่าเกิน 1 สรุปว่า O.K
2. หนี้สินหมุนเวียน ต่อ หนี้สินไม่หมุนเวียน
= 3.5 เท่า อันนี้อันตราย แสดงหนี้ที่ต้องใช้ในหนึ่งปี สูงกว่าหนี้ระยะยาวมาก ต้นทุนทางการเงิน จ่ายแพงมาก
ท่อนสุดท้ายท่อนของทุน
หุ้นตัวนี้มีการเพิ่มหุ้นในปีนี้
ส่วนเกินมูลค่าหุ้น หมายถึงหุ้นนี้ตราไว้ขายไปแล้วได้กำไร ส่วนของต้นทุนก็ใส่ไป 800,000 ส่วนที่กำไรก็มาใส่ที่ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 185,400
วิเคราะห์เลย ในส่วนสุดท้าย
1. อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น = ยอดรวมหนี้สิน หารด้วย ส่วนผู้ถือหุ้น
=529,147 /1,771,858 =0.43
ในส่วนนี้ ต่ำกว่า 0.8 ถือว่าดี จะยกเว้นให้สำหรับสถาบันการเงินจะสูงกว่า 0.83 ได้
2.ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น = กำไรสุทธิ หารด้วย ส่วนของผู้ถือหุ้น
ปี 2554 =9 % ปี 2553 = 3 % เทียบช่วงเดียวกันก็ถือว่าดีขึ้นมาก
แต่ถ้าให้ดีควรจะตอบแทน มากกว่า 15 % ขึ้นไป
3.กำไรสะสม ยังไม่ได้จัดสรรเพิ่มจากปี 2553 ที่ 194,218 เป็น 270,646 บาท พอหายใจหายคอได้
สรุป แล้วการวิเคราะห์ ใช้เครื่องคิดเลขตัวเดียวอยู่ ไม่ได้ยากอะไร ทำแล้วจะเห็นพัฒนาการของบริษัทได้



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น